สั่งให้ออก ร.ต.ท.หญิง-สามีทหารตระเวนเช่ารถเอาไปขาย

     จากกรณีที่ ร.ต.ท.หญิง วัลยา จันทร รองสารวัตรธุรการ สภ.โพธิ์ทอง จ.ร้อยเอ็ด และส.ท.พัฒนพงษ์ ฟองมนต์ ทหารสังกัดกองร้อยสนับสนุนการรบกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 จ.ยโสธร สองผัวเมีย ที่ใช้ตำแหน่งตำรวจ ทหาร ตระเวนหลอกเช่ารถยนต์จากบริษัทและเต็นท์รถทั่วภาคอีสานกว่า 12 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สั่งให้ออก ร.ต.ท.หญิง-สามีทหารตระเวนเช่ารถเอาไปขาย

     ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 ส.ค. พ.ต.ต.วิจักร สายเบาะ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ติดต่อให้ทาง นายวุฒิชัย ทองเถาว์ เจ้าของบริษัทให้เช่ารถยนต์ใน จ.อุบลราชธานี ผู้เสียหายให้มาพบเพื่อรับทราบข้อมูล จากนั้นจะได้แจ้งไปยังทางบริษัทที่รับซื้อรถเพื่อดำเนินคดี แต่ผู้เสียหายยังไม่เข้ามาพบกว่า 3 วันแล้ว และขณะนี้ทางตำรวจได้ประสานกันทุกฝ่ายในการร่วมกันสืบหาตัว 2 ผัวเมียมาดำเนินคดีต่อไป

     ด้าน พ.อ.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ผบ.ร.16 ค่าย บดินทร์เดชา จ.ยโสธร กล่าวว่า ได้ทราบเรื่องของผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว เนื่องจากทหารมีเป็นแสน จะมีคนแบบนี้เข้ามาสักคนคงไม่แปลก ทั้งนี้ในส่วน ส.ท.พัฒนพงษ์ ไม่ได้มาทำงานเกิน 7 วัน จึงได้สั่งให้ออกจากราชการ ส่วนขั้นตอนตามกฏหมายปล่อยให้เป็นของตำรวจดำเนินการ ขณะที่ต้นสังกัดของ ร.ต.ท.หญิงวัลยา จันทร รองสารวัตรธุรการ สภ.โพธิ์ทอง จ.ร้อยเอ็ด ได้ให้ตั้งคณะกรรมสอบเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

     ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อนายวุฒิชัย ทองเถาว์ เจ้าของบริษัทใช้เช่ารถยนต์ ใน จ.อุบลราชธานีได้รับการชี้แจงว่า ขณะนี้ทางบริษัทที่รับซื้อรถจากสองผัวเมียตำรวจทหารนั้น ได้ติดต่อขอชดใช้ค่าเสียหายภายในวันนี้ (27 ส.ค.) หากบริษัทดังกล่าวยอมจ่ายค่าเสียหาย อาจจะปล่อยให้จบ ๆ กันไป ส่วนรถคันอื่น ๆ ทราบมาว่าได้ติดต่อของชดใช้คืนทั้งหมดเช่นกัน

รวบหนุ่มจีนใจโหด ย่องลักแมวชาวบ้านทรมานเชือกผูกคอ อ้างจับมารักษา

     ตร.สุทธิสาร ตามรวบ หนุ่มจีนวัย 34 ปี มือทารุณกรรมแมว ใช้เชือกไนล่อนรัดคอ ก่อนลากไปกับพื้น อ้างหาแมวบาดเจ็บมาทำการรักษา ขณะ จนท.ค้นกระเป๋าของกลาง พบรูปภาพพฤติกรรมโหดอีกเป็นจำนวนมาก

รวบหนุ่มจีนใจโหด ย่องลักแมวชาวบ้านทรมานเชือกผูกคอ อ้างจับมารักษา
     เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ 27 ส.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายหนิง หลิว อายุ 34 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1646/2559 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2559 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พร้อมของกลางกระเป๋าหนังสีดำ เชือกไนล่อนสีน้ำเงินทำเป็นบ่วง 1 เส้น สายสลิงทำเป็นบ่วง 1 เส้น และอาหารแมว 1 ถุง โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณกลางซอยอินทามระ 47 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา

     จากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 395/2 ซอยอินทามระ 47 ซึ่งเป็นบ้านพักของผู้ต้องหา พบแมวเพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 6-7 เดือน ถูกล่ามคอด้วยสายสลิงไว้ในห้องน้ำ มีบาดแผลถลอกที่ขาซ้าย เจ้าหน้าที่จึงนำมาดูแลที่ สน.สุทธิสาร เป็นการชั่วคราว

     เบื้องต้น จากการสอบสวนผู้ต้องหาผ่านล่าม ให้การอ้างว่า ตนพักอาศัยในประเทศไทยมาแล้ว 1 ปี และเป็นคนรักแมว ซึ่งตนมักจะชอบเดินหาแมว ที่ได้รับบาดเจ็บละแวกใกล้เคียงกับที่พักอาศัยของตน ภายในซอยอินทามระ 47 มาทำการรักษา ส่วนภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของแมวที่ได้รับบาดเจ็บในโทรศัพท์มือถือของตนทั้งหมดได้เสียชีวิตแล้ว และนำซากแมวที่เสียชีวิตโยนทิ้งหมดแล้ว

     ทั้งนี้ นางสุนันทา นำเจริญวุฒิ อายุ 56 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.วัชรพล วชิรกุลฑล รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.สุทธิสาร ว่าแมวที่เลี้ยงไว้ภายในบ้านพักภายในซอยอินทามระ 51 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ ได้หายไปอย่างปริศนา หลังได้ทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ตามจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยตระเวนจับแมวได้แล้ว

     นางสุนันทา กล่าวว่า ตนเปิดร้านขายของชำ และพักอาศัยอยู่ภายในซอยอินทามระ 51 ซึ่งเลี้ยงแมวไว้ในบ้านทั้งหมด จำนวน 11 ตัว โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนพบชายชาวต่างชาติ ผิวขาว ผมยาว สูงใหญ่ ใช้เชือกไนล่อนผูกคอแมว ซึ่งอยู่ในสภาพนอนหมดสติก่อนลากผ่านหน้าบ้านตน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นตนก็ไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด เนื่องจากคิดว่าเป็นเจ้าของ จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันมาบอกว่า แมวพันธุ์ไทย สีขาวน้ำตาล ชื่อ “เจ้านิ่ม” อายุ 5 ปี ที่ตนเลี้ยงไว้ถูกชายลักษณะดังกล่าวได้จับยัดใส่กระเป๋าหนังสีดำหลบหนีไป ตนจึงขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด จนแน่ชัดว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ตนเห็นลากแมว จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ให้ช่วยติดตามแมวกลับมา

     ขณะเดียวกัน ด้าน นายอิทธิพล หรือ เบียร์ ไตรสิกขา อายุ 22 ปี ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางกลับมาถึงที่พักภายในทวีสุขแมนชั่น ซอยอินทามระ 51 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงและเขตดินแดง กทม. และมาพบแมวจรจัด สีดำ ซึ่งจำได้ว่าอาศัยอยู่ใต้แมนชั่นเป็นประจำ มีบาดแผลลักษณะคล้ายถูกของมีคมบาดเข้าที่บริเวณกลางหลัง และถูกกรีดที่ขาจนเป็นแผลฉกรรจ์ ตนจึงนำตัวส่ง รพ.สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อทำการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งประสานเรื่องไปยัง WATCHDOG THAILAND ( W.D.T. ) ซึ่งเป็นองค์กรช่วยเหลือสัตว์ ให้ช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

     นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนพยายามหาข้อมูลด้วยตัวเองเพื่อช่วยออกตามหาตัวคนร้าย จนกระทั่ง เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.ที่ผ่านมา พบชายชาวต่างชาติ สูงประมาณ 170 เซนติเมตร มัดผม และใส่แว่น เดินถือกระเป๋าหนังสีดำ โดยมีท่าทางพิรุธ อยู่ภายในซอยอินทามระ 47 แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมทั้งขอทำการเข้าตรวจค้นสิ่งของที่บรรจุอยู่ภายในกระเป๋า จนพบของกลางประกอบด้วยเชือกไนล่อนมัดเป็นบ่วง ลวดสลิง อาหารแมว และรูปภาพขณะทารุณกรรมอีกเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สน.สุทธิสาร

     จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่าเคยพบเห็นว่ามีการนำแมวจำนวน 4 ตัว มาแขวนไว้ที่นอกระเบียงบ้านด้วย ต่อมา มี สพ.ญ.ภัทรนันท์ สัจจารมย์ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ บ้านสัตว์เลี้ยงรามอินทรา 109 แพทย์อาสาฯ WATCHDOG THAILAND (W.D.T.) พร้อม นายพีระบุญ เจริญวัย เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร WATCHDOG THAILAND (W.D.T.) เดินทางมารับตัวแมวที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือออกมาได้ ก่อนนำไปรักษาต่อที่ โรงพยาบาลสัตว์ บ้านสัตว์เลี้ยงรามอินทรา 109 ต่อไป

อาหลอง ยังไม่ยอมแพ้ รอวันประกาศให้โลกรู้ 85 ก็มีลูกได้

     ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สำหรับผู้กำกับรุ่นใหญ่ “ฉลอง ภักดีวิจิตร” เพราะถึงแม้อายุ 85 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวกับภรรยาสาวคนใหม่ “เล็ก พิมพ์สุภัค” ก็มุ่งมั่นมีความหวังอยากจะมีทายาทอีกหนึ่งคน โดยงานนี้ทั้งสองได้ออกมาเปิดใจอย่างสั้นๆ ให้กับสื่อมวลชนฟังว่า ยังค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่ได้มีการปรึกษาอะไรกับคุณหมอ ซึ่งขอเวลาเคลียร์ละครเรื่องใหม่ให้จบ พร้อมยืนยันฝ่ายชายยังแข็งแรงดี ไม่ตัดใจเรื่องมีลูกง่ายๆ แน่นอน

อาหลอง

     อาหลอง เผยว่า “เรื่องลูกจริงๆ ก็อยากมีนะ ตอนนี้ก็พยายามอยู่ ยังไม่มาเพราะเหนื่อย งานถ่ายทำละครทิวลิปทองหนักมาก แต่ถ้าจบเรื่องนี้ถ้าพอมีเวลาก็จะพยายาม ส่วนทางแพทย์ เรายังไม่มีการปรึกษาหมอเลย เรารอแค่เวลา ค่อยเป็นค่อยไป เดี๋ยวเผื่อมีลูกจริงๆ อาจจะดังไปทั่วโลกว่าอายุ 85 แล้วมีลูก (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ไปไหนมาไหนคนก็ทักว่าเหมือนอายุ 60 กว่า มันก็เป็นกำลังใจให้เรา”

     เล็ก พิมพ์สุภัค เผยต่อว่า “ทุกวันนี้เราทั้งคู่ทำงานหนัก แต่ก็ยังมีเวลาดูแลกันเสมอ เรื่องลูกตอนนี้ยังไม่มาเลย เดี๋ยวจบละครเรื่องทิวลิปสีทองค่อยว่ากันค่ะ แต่ยังไม่ตัดใจนะคะ เราปล่อยไปตามธรรมชาติก่อน แต่ขอให้ว่างจากการทำงานก่อน เราก็ดูแลกัน เช้ามาทำงานก็มีดูแลเรื่องอาหารการกิน โปรตีน วิตามินต่างๆ ก็เตรียมเอาไว้เผื่อเราจะมีลูกจริงๆ ทางคุณอาก็แข็งแรงมากอยู่แล้วค่ะ”

หนุ่มเมาอารมณ์เปลี่ยว บุกบ้านมุดมุ้งแม่หม้ายวัย 51 หมายขืนใจ โดนกัดลิ้นขาด

      แม่หม้ายใจเด็ด กัดลิ้นคนร้ายขาด หลังบุกเข้ามาหมายจะข่มขืนคาห้องนอน นำชิ้นส่วนลิ้นไปแจ้งความตำรวจ ตามจับได้ทันควัน

หนุ่มเมาอารมณ์เปลี่ยว บุกบ้านมุดมุ้งแม่หม้ายวัย 51 หมายขืนใจ โดนกัดลิ้นขาด

     เมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู จับกุมตัวชายหนุ่ม อายุ 25 ปี ขณะกำลังนอนรอรักษาอาการลิ้นขาดบนเตียงคนไข้ในห้องฉุกเฉิน หลัง นางใหญ่ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี เข้าแจ้งความว่า ถูกคนร้ายบุกเข้ามาข่มขืนภายในห้องนอน

     นางใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังนอนพักผ่อนอยู่ มีคนร้ายบุกเข้ามาพยายามปลุกปล้ำ ตนกำลังดิ้นรนหาทางหนี คนร้ายก็พยายามจูบปาก และใช้นิ้วง้างปาก เพื่อสอดลิ้นเข้ามาในปากตน

     จังหวะนั้นตนคิดได้ว่าหนทางรอดเดียวคือต้องกัดลิ้นคนร้าย จึงงับปากกัดเข้าอย่างสุดแรงจนลิ้นขาดติดปาก คนร้ายร้องลั่นดิ้นหนีเลือดสาดกระจายบนที่นอน ก่อนวิ่งออกไปขับจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยตนได้นำชิ้นเนื้อลิ้นของคนร้ายที่กัดขาดมายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

     ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังออกติดตามคนร้ายที่ต้องไปรักษาบาดแผลลิ้นขาดที่โรงพยาบาล ก่อนพบคนร้ายนอนรอการรักษาอยู่บนเตียงดังกล่าว คนร้ายให้การรับสารภาพว่า รู้สึกอยากเข้าไปจีบผู้เสียหายเพราะเห็นว่าเป็นม่ายสามีเสียชีวิตไปนานหลายปี คงจะเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ

     โดยก่อนเกิดเหตุได้ขี่จักรยานยนต์ไปงานศพเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องผ่านบ้านของผู้เสียหาย ขณะขับรถผ่านมีฝนตกจึงเกิดอารมณ์เปลี่ยว พอมาถึงหน้าบ้านผู้เสียหายก็ตัดสินใจบุกขึ้นไปหมายเผด็จศึก แต่ก็โดนกัดลิ้นจนขาด จึงหลบหนีกลับบ้าน แต่ทนความเจ็บปวดไม่ไหว รุ่งเช้าจึงให้พี่สาวพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ก็ถูกตำรวจตามมาจับกุมในที่สุด

     ซึ่งหลังจากแพทย์เย็บบาดแผลเสร็จ คนร้ายถูกคุมตัวไปดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกเคหะสถานในยามวิกาล และกระทำอนาจาร ก่อนนำตัวไปสอบสวนต่อไป

พ่อตาคว้าปืนยิงอกลูกเขยตำรวจ ตายเพราะเหตุผลเล็กน้อย

พ่อตาคว้าปืนยิงอกลูกเขยตำรวจ ตายเพราะเหตุผลเล็กน้อย

     เปิดศึกวิวาทระหว่างพ่อตากับลูกเขยตำรวจ หลังไม่พอใจ อีกฝ่ายนำพระเครื่องเก่าเก็บไปขัดล้างให้ใหม่เอี่ยม คว้าปืนลูกซองยิงกลางอก เสียชีวิตน่าอนาถ

     (19 ส.ค.) ร.ต.อ.มานพ ลอพิจิตร ร้อยเวร สภ.บรรพตพิสัย อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.เอกชัย พัฒนาดี ผกก.สภ.บรรพตพิสัย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน หน่วยกู้ภัย และแพทย์เวรโรงพยาบาลบรรพตพิสัย

     ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เจ้าหน้าที่พบศพคนเสียชีวิต สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ที่ห้องโถงชั้นล่าง มีบาดแผลจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง เป็นรูขนาดใหญ่ที่กลางอก ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา คือ ร.ต.ท.สุทัศน์ เมฆอิ่ม อายุ 42 ปี ตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สภ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี

     ขณะที่มือปืนผู้ก่อเหตุครั้งนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพ่อตาของผู้เสียชีวิต นายสัน ศรีวัฒน์ อายุ 63 ปี ซึ่งได้ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่ได้หลบหนีไปไหน พร้อมกับมอบอาวุธของกลางปืนลูกซองยาวที่ใช้ก่อเหตุ

     จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายสัน ให้การอ้างว่า สาเหตุที่ต้องใช้ปืนยิงลูกเขยที่เป็นตำรวจนั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ เคยนำพระเครื่องหลวงปู่สุข 2 องค์ ฝากให้ลูกเขยไปปล่อยให้ผู้อื่นเช่าบูชา กระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้พบเจอลูกเขยกลับมาที่บ้าน จึงได้ทวงถามและขอดู

     ปรากฏว่าพระเครื่องของตนทั้ง 2 องค์ ที่ฝากให้ลูกเขยนำไปปล่อยนั้น อยู่ในสภาพใหม่เอี่ยม เพราะลูกเขยนำพระไปขัดล้าง จนสภาพความเก่าหายไป สร้างความโมโหเป็นอย่างมาก จึงได้ต่อว่าไปอย่างรุนแรง แล้วเกิดการทะเลาะกัน จนถึงขั้นท้าทายให้เอาปืนมายิงกัน ตนบันดาลโทสะจึงขึ้นไปหยิบอาวุธปืนลูกซองยาวที่ห้องนอนออกมายิงลูกเขย เป็นเหตุทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

     ทั้งนี้ ในระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า ภรรยาของ ร.ต.ท.สุทัศน์ ที่ทราบข่าวภายหลังว่าถูกบิดาบังเกิดเกล้ายิงเสียชีวิต ได้รีบเดินทางกลับมายังบ้านพัก พร้อมกับลูกสาว เพื่อมาดูเหตุการณ์ ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ โดยเฉพาะภรรยาที่ปรี่เข้าไปหาบิดาที่ถูกจับใส่กุญแจมือ เพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่กระทำ ทำให้ นายสัน ต้องปล่อยโฮร้องไห้และขอโทษต่อหน้าลูกสาว และกล่าวว่าไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากถูกท้าทายจนเกิดความโมโห

     ขณะที่ในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ จะมีการนำตัวนายสันไปสอบสวนถึงสาเหตุอย่างละเอียด ก่อนจะแจ้งข้อหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่จัดหนัก ฉีดสเปรย์พริกไทยใส่คนแซงคิวสมัครสอบ

11

     สำนักข่าวต่างประเทศ (ปักกิ่ง นิวส์) รายงานว่า (18 ส.ค.) เกิดเหตุที่สถาบันการศึกษาเมืองเซียนหยวน มณฑลซานซี ผู้สมัครสอบถูกเจ้าหน้าที่พ่นสเปรย์พริกไทยใส่

     วานนี้ (17 ส.ค.) มีการเผยแพร่ภาพจากคลิปวีดิโอความยาวประมาณ 1 นาที เป็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งตาแดง เดินใช้กระดาษทิชชู่เช็ดหน้าเช็ดตา อีกสองคนนั่งอยู่บนพื้นใช้มือกุมใบหน้ามีท่าทางเจ็บปวด นอกจากนั้นยังมีหญิงสาวสวมเสื้อสีเข้มเทน้ำเปล่าลงบนกระดาษทิชชู่ช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้หญิงอีกคนที่สวมกระโปรงแดง

     โดยบอกว่า พวกเธอคล้ายโดนสเปรย์พริกไทยและไม่ใช่แค่ที่ตาที่เดียวแต่ยังโดนไปทั่วตัว

     รายงานระบุว่า ภาพจากวีดิโอดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองเซียนหยวน มณฑลซานซี มีชาวเน็ตบางคนพูดถึงเหตุการณ์นี้ว่า การสมัครสอบเข้าสถาบันเซียนหยวนประจำปี 2016 ผู้สมัครสอบถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพ่นสเปรย์พริกไทยใส่

     แต่ในภาพพนักงานรักษาความปลอดภัยบางส่วนสวมเครื่องแบบสีดำ ตราประทับบนเสื้อกั๊กมีคำว่า “police”

     โดยทางสถาบันการศึกษาเมืองเซียนหยวน เขตฉางจื่อ ได้มีการประกาศรับสมัครพนักงาน ประจำปี 2016 โดยประกาศรับสมัครพนักงานที่อยู่ใกล้สถาบันจำนวน 102 คน รับสมัครตั้งแต่วันที่ 16-18 สิงหาคม สถานที่คือตลาดเมืองเซียนหยวน

     ซึ่งเหตุเกิดเมื่อบ่ายวันที่ 16 ส.ค. เวลาประมาณบ่ายโมง เป็นวันแรกที่ทางสถาบันเปิดให้ลงทะเบียนสอบ แต่ด้วยจำนวนผู้สมัครที่มีจำนวนมาก ประมาณ 1,300 คน บางส่วนต้องยืนรอนอกอาคาร ด้วยช่วงบ่ายมีอากาศร้อนมากทำให้ผู้สมัครสอบบางส่วนหงุดหงิด พูดหยาบคายกับคนรอบข้าง บางส่วนไม่มีระเบียบวินัย และมีหญิงสาวคนหนึ่งระหว่างเข้าแถวต่อคิวเกิดล้มลงไปคนอื่นจึงพากันเบียดเข้าไปเพื่อแซงคิว เจ้าหน้าที่มีการเตือนหลายครั้ง แต่ไม่มีใครฟัง ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเจ้าหน้าที่จึงใช้สเปรย์พริกไทยฉีดไล่คนที่พยายามแซงคิวออกไป

     ทางสำนักงานรักษาความปลอดภัยเมืองเซียนหยวน เผยว่า เหตุที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องใช้ สเปรย์พริกไทยเพราะต้องการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น

     เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ผู้สมัครเข้าไปสมัครในเว็บไซต์แทนในวันถัดไป และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวหญิงสาวในเหตุการณ์เพื่อทำการตรวจสอบเรื่องนี้

รถพ่วงเสยท้าย 18 ล้อขนเกลือ ไฟลุกคลอกดับสยอง

รถพ่วงเสยท้าย 18 ล้อขนเกลือ ไฟลุกคลอกดับสยอง

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ส.ค.) เมื่อเวลา 04.30 น. สภ.หนอปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนท้ายรถบรรทุก 18 ล้อ เกิดเพลิงลุกไหม้ มีผู้ติดอยู่ภายใน เหตุเกิดบนถนนหลวงหมายเลข 36ฝังขาเข้าระยอง ม.6 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

     ที่เกิดเหตุพบรถพ่วงบริษัทเอสซีจี หมายเลขทะเบียนสวนหัว71-8870 ชลบุรี หมายเลขส่วนหาง 71-3738 ชลบุรี ชนเข้าที่ด้านท้ายรถพ่วงบรรทุก 18 ล้อบรรทุกเกลือ หมายเลขส่วนหัว 85-41180 ชลบุรี หมายเลขส่วนหาง 85-6400 ชลบุรี ได้รับความเสียหายยับเยิน จอดขวางถนนทั้ง 3 เลน จนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทำให้รถติดยาวกว่า 3 กิโลเมตร

     นอกจากนี้ ยังเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯใช้รถน้ำระดมฉีดน้ำระงับเปลวเพลิง ใช้เวลากว่า 20 นาที เพลิงจึงดับลง ตรวจสอบภายในรถบรรทุกของบริษัทเอสซีจี พบร่างผู้ขับขี่ติดอยู่ภายในซากรถถูกไฟคลอกจนไหม้เป็นตอตะโก เสียชีวิตอยู่ที่เบาะคนขับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง

     จากการสอบถาม นายบุญส่ง อายุ 41 ปี โชเฟอร์รถบรรทุกเกลือ ทราบว่า ได้ขับรถบรรทุกเกลือมาประมาณ 50 ตัน จากศรีราชา มุ่งหน้าเขตเมืองระยอง จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงขึ้นเนินและมืดมาก ก็รู้สึกว่าถูกชนเข้าทางด้านหลังอย่างรุนแรงจนรถไม่สามารถวิ่งต่อได้ ก่อนมีเสียงระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงตนเองจึงรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกจากตัวรถ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว

     เบื้องต้น พ.ต.ท.วินัย โห้เหรียญ สว.(สอบสวน)เจ้าของคดี ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน สาเหตุคาดว่าผู้ขับขี่น่าจะเกิดความเพลียจากการขับรถและหลับใน จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุสลดดังกล่าว ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเก็บรักษายัง รพ.บางละมุง เพื่อให้ญาติรอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

WADA ชงเรื่องแบนรัสเซียพ้นโอลิมปิก 2016-วอลเลย์บอลหญิงไทยจ่อเสียบแทน

WADA ชงเรื่องแบนรัสเซียพ้นโอลิมปิก 2016

 WADA ชงเรื่องแบนรัสเซียออกจากโอลิมปิก 2016 เหตุพบการใช้สารกระตุ้นอื้อเมื่อโอลิมปิก 2012 ส่งผลให้วอลเลย์บอลไทยมีโอกาสได้คว้าตั๋วเล่นโอลิมปิกแทน จากการจบอันดับ 5 รอบคัดเลือก

     เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2559 ตัวแทนต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก หรือ วาด้า (Wada) ได้มีข้อเรียกร้องต่อที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ให้แบนนักกีฬารัสเซียออกจากการแข่งขันโอลิมปิก 2016 เนื่องจากตรวจสอบพบว่า ในการแข่งขันโอลิมปิก 2012 และโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 มีนักกีฬารัสเซียใช้สารต้องห้ามกว่า 580 คน จาก 30 ชนิดกีฬา พร้อมกับกล่าวหาว่ากระทรวงกีฬารัสเซียมีส่วนรู้เห็นกับการใช้สารต้องห้ามนี้ด้วย

     ขณะที่ไอโอซี จะประชุมเรื่องดังกล่าววันที่ 21 กรกฎาคมนี้ หากมีมติแบนนักกีฬารัสเซียขึ้น ก็จะต้องให้ขยับนักกีฬาจากชาติอื่นเข้าร่วมการแข่งขันแทน เช่น วอลเลย์บอลหญิงไทย ที่จบอันดับที่ 5 ของการคัดเลือก ซึ่งการคัดเลือกครั้งดังกล่าว นำทีมเข้ารอบ 4 ทีมด้วยกัน

     ด้าน ร.ท. ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หากรัสเซียโดนแบนจริง โควต้าก็จะว่างลงหนึ่งที่ แม้ว่ารัสเซียจะได้โควต้าจากรอบคัดเลือกโซนยุโรป ทาง FIVB ก็ไม่น่าดันทีมจากโซนยุโรปเพิ่มเติม เพราะทีมอันดับ 2 และ 3 จากรอบคัดเลือกโซนยุโรป คือ อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ก็มาคัดเลือกในส่วนรอบคัดเลือกระดับโลกที่มีไทยเข้าแข่งขัน ฉะนั้นมีโอกาสที่ไทยจะเข้าไปแข่งขันแทน เพราะเป็นอันดับ 5 อย่างไรก็ดี ก็ต้องรอผลการประชุมไอโอซีออกมาก่อน

     อนึ่ง อันดับ 4 ของรอบคัดเลือกโซนยุโรปนั้นคือ ตุรกี

สภาพัฒนากม.ชี้เงินบ่อนแค่เปลี่ยนมือ ไม่ได้เพิ่มผลผลิตระบบศก.

สภาพัฒนากม.ชี้เงินบ่อนแค่เปลี่ยนมือ ไม่ได้เพิ่มผลผลิตระบบศก.

      สภาพัฒนาการเมือง 22 มิ.ย.-สภาพัฒนาการเมืองแถลงการณ์ค้านเปิดคาสิโนถูกกฎหมาย ชี้ สร้างปัญหาสังคม เงินหมุนเวียนในบ่อนไม่มีคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้เพิ่มผลิตผลหรือรายได้ แค่เปลี่ยนมือเจ้าของเงิน

      สภาพัฒนาการเมืองออกแถลงการณ์คัดค้านการเปิดคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย โดยนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง พร้อมสมาชิกร่วมกันอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า คาสิโนเป็นส่วนหนึ่งของการพนัน เป็นอบายมุขในทุกศาสนาที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่สอดคล้องกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอพียง เป็นต้นเหตุทำให้เกิดความเสื่อม สร้างปัญหาทางสังคม ทำให้ภูมิคุ้มกันด้านต่างๆ ของประเทศโดยรวมลดลง เงินหมุนเวียนในคาสิโนไม่มีคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเพียงการเปลี่ยนมือของเจ้าของเงินจากผู้เล่นพนันเสียไปยังผู้เล่นพนันได้แต่จำนวนเงินเท่าเดิม ไม่ได้เพิ่มผลิตผลหรือรายได้ให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม

      “หากเจ้าของคาสิโนเป็นคนต่างชาติ เงินรายได้จะถูกส่งออกไปนอกประเทศ ผู้ที่ได้เงินมาโดยทุจริตสามารถใช้คาสิโนเป็นช่องทางในการฟอกเงินได้ หากเจ้าของคาสิโนให้ความร่วมมือ ทำให้การป้องกันปราบปรามการทุจริตเป็นไปได้ยาก ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม มีศิลปวัฒนธรรมและโบราณสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคาสิโน ทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ของชาติที่เป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่ไม่มีคาสิโน” นายธีรภัทร์ กล่าว

      นายธีรภัทร์ ได้น้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงเห็นโทษของบ่อนเบี้ยที่มีต่อราษฎรและประเทศ จึงทรงประกาศเลิกบ่อนเบี้ยรัตนโกสินทรศก 124 ที่ปรากฎในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 21 หน้า 875-878 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ร.ศ.123 (พ.ศ. 2447) ที่ว่า “แม้ว่าจะได้ผลประโยชน์มาใช้จ่ายในราชการแผ่นดินเป็นรายได้อันสำคัญของรัฐบาลประเภทหนึ่งก็จริง แต่ย่อมกระทำให้น้ำใจอาณาประชาราษฎรฝั้นเฝือดำเนินไปในทางต่ำช้าเลวทราม ใช่แต่เปนที่เสื่อมเสียทรัพย์สมบัติของนักเลงผู้เล่นส่วนเดียว ย่อมเปนทางอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย และความมัวเมาในการเล่นพนันย่อมขัดต่อเวลาที่จะพึงทำการให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ด้วย อีกประการหนึ่งการพนันบ่อนเบี้ยในเวลานี้ เงินที่ตกไปในมือนายอากรผูรับผูกขาดการบ่อนเบี้ยนั้น นายอากรจัดส่งออกไปเสียนอกพระราชอาณาเขตร์เป็นอันมาก และการบ่อนเบี้ยยังเปนการที่นำมาซึ่งโจรกรรมและการอาญาอื่นๆ อีกเล่า ถ้าให้เลิกการตั้งเล่นบ่อนเบี้ยเสีย ก็จะทำให้อาณาประชาราษฎรมีสันดานและความประพฤติดีขึ้นอย่างหนึ่ง ทำให้การทำหากินเจริญขึ้นอย่างหนึ่ง ใช่แต่เท่านั้น ทรัพย์สมบัติซึ่งในเวลานี้ใช้ในการเล่นเบี้ยอยู่นั้นก็จะเปนทรัพย์สมบัติที่จะใช้แพร่หลายอยู่ในพระราชอาณาเขตร์ เปนทางให้เกิดความสมบูรณ์ในบ้านเมืองยิ่งขึ้นอีกอย่างหนึ่ง”

      “พระราชดำริรัชกาลที่ 5 เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนว่าถ้าบ่อนเป็นเรื่องดี รัชกาลที่ 5 คงให้เปิดอย่างถูกกฎหมายและมีมาถึงปัจจุบันไม่ใช่ถูกยกเลิกไป บรรดานักการเมือง สมาชิสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กลุ่มรักชาติที่เสนอให้เปิดคาสิโนอย่างถูกต้อง ข้าราชการประจำ อย่างพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์มุ่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ควรน้อมนำใส่เกล้าใส่กระหม่อมว่าอะไรที่ริ่เริ่มแล้วจะเกิดประโยชน์แก่บ้านเมือง อะไรที่จะทำแล้วเกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองไม่ควรแม้แต่จะคิดริเริ่ม ข้าราชการที่มีหน้าที่ปราบบ่อนพนันไม่ควรออกมาพูดเลย ถ้าผมมีอำนาจอย่าง ท่านประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ต้องปลดเลย ข้าราชการแบบนี้ใช้ไม่ได้ เพราะท่านเป็น ผบ.ตร. กำลังสวมหัวโขนมีหน้าที่ปราบบ่อน ไม่ควรนำเสนอแบบนี้ ส่วนผู้ที่สนับสนุนให้เปิดต้องเสนอผลงานทางวิชาการว่าข้อดีอย่างไรจึงสนับสนุนให้เปิด นายธีรภัทร์ กล่าวว” นายธีรภัทร์ กล่าว

      นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ผู้ที่สนับสนุนให้เปิดคาสิโนถูกกฎหมาย ต้องเสนอผลงานทางวิชาการว่าข้อดีอย่างไรจึงสนับสนุนให้เปิด เพราะตนเองมองว่าข้อเสนอที่มีออกมาไม่มีน้ำหนักเพียงพอ และก็ไม่รู้ว่านักวิชาการที่นำเสนอผลวิจัยว่า ให้เปิดแบบถูกกฎหมายนั้น ตอนทำวิจัย เขาทำอยู่บนสมมุติฐานอะไร ถ้าประเทศที่เจริญแล้ว ประชาชนมีจิตสำนึก เคารพกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายมีความเคร่งครัดในการในการใช้กฎหมาย

      “ส่วนการทำประชามติสอบถามว่าประชาชนว่าควรเปิดคาสิโนหรือไม่ จะเห็นว่าผลสำรวจความเห็นประชาชนสะท้อนแล้วว่าประชาชนไม่เห็นด้วย ไม่ต้องการให้เปิด การทำประชามติต้องเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ เช่น การแบ่งแยกประเทศ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตย บูรณภาพแห่งรัฐ เรื่องเล็กน้อยไม่ควรทำ รวมทั้งการทำประชามติถามเกี่ยวกับบุคคลเพื่อให้อยู่ต่อไปในหน้าที่ต่อไปอีก 2 ปีก็ไม่ควรทำ” นายธีรภัทร์ กล่าว.-สำนักข่าวไทย

15 ปี ‘กาสิโนลาว’ บทเรียนพนันเสรีในไทย

67

       เพียงข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว บริเวณด่านชายแดน จ.หนองคาย ก็จะเป็นนครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สปป.ลาว ซึ่งมีเพียงเส้นแบ่งแดนทางธรรมชาติกั้นกลางแยกอาณาเขตระหว่างบ้านพี่เมืองน้อง

       ติดกับด่านตรวจคนเข้าเมืองของลาวมี “กาสิโน” อายุราว 15 ปี ทั้งชาวลาวและชาวไทยรู้จักกันดี ในนาม “บ่อนหน้าด่าน” ภายในเปิดให้เล่นการพนันจากตู้ไฟฟ้า ที่เรียกกันว่า “สลอต” หรือ “รูเล็ต” สามารถใช้ธนบัตรไทยเล่นพนันได้ โดยไม่จำเป็นต้องแลกเป็นเงินกีบ สกุลเงินของลาว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักพนัน เพราะส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย

        “ส่วนใหญ่เข้าไปเล่นพนันนี่แหละพี่ สังเกตง่าย ถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ยิ่งเป็นผู้ชายทั้งกลุ่มร้อยทั้งร้อยเข้าเวียงจันทน์ไปเล่นพนันในกาสิโนทั้งนั้น รองลงมาคือเข้าไปเที่ยวผู้หญิง ยิ่งวันหยุดยาวๆ นี่จะยิ่งเยอะ” สารถีหนุ่มทำหน้าที่พาทีมงานของเราข้ามแม่น้ำโขง ให้ข้อมูลเบื้องต้น

       บ่อนหน้าด่านในวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากหลายปีก่อน เพราะนครหลวงเวียงจันทน์มี “กาสิโน” แห่งใหม่เริ่มกิจการขึ้น โดยกาสิโนแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนท์ที่ครบวงจร มีโรงแรมที่พัก มีสนามกอล์ฟ มีร้านอาหาร เรือสำราญ และบ่อนการพนัน อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน ที่นี่เรียกกันว่า “แดนสวรรค์” ตั้งอยู่ที่เขื่อนน้ำงึม ในเทือกเขาควาย ห่างจากศูนย์ราชการนครหลวงเวียงจันทน์ รวมถึงชายแดนไทยออกไปราว 90 กิโลเมตร

       บ่อนแห่งนี้ได้รับความนิยมแซงหน้ากาสิโนเก่าแก่อย่างรวดเร็ว เพราะการพนันที่มีให้นักพนันได้เสี่ยงโชคมากกว่า มีทั้ง รูเล็ต บัคคารา และแบล็กแจ็ก ภายในมีร้านอาหาร มีร้านค้าให้ได้จับจ่ายใช้สอย เดิมเคยมีเจ้าของเป็นนายทุนชาวมาเลเซีย ที่ร่วมทุนกับนักธุรกิจชาวลาว แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมือไปเป็นของนักลงทุนชาวจีน

       มีข้อมูลว่า ช่วง 2-3 ปีก่อน มีนักพนันจากไทยเดินทางข้ามแม่น้ำโขงก่อนจะเดินทางต่ออีกกว่า 90 กิโลเมตร ไปยังเทือกเขาควายใกล้กับเขื่อนน้ำงึม เพื่อเข้าไปเล่นการพนันในกาสิโนแดนสวรรค์ เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 500 คนต่อวัน และจะเพิ่มจำนวนทวีคูณขึ้นหากเป็นช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดต่อเนื่องกันหลายวัน

       “บ่อนเขามีเครือข่ายอยู่ที่ จ.อุดรธานี มีรถตู้ให้บริการในการเดินทาง นักพนันสามารถไปขึ้นรถที่นั้น ซื้อแพ็กเกจได้เลยจ่ายเงินไปหมื่นหนึ่งก็จะได้ชิพเข้าไปเล่นที่บ่อน มีที่พักให้ มีอาหารให้กินฟรี 2 วันกับ 1 คืน หากรายใดที่เล่นพนันได้ก็สามารถนำชิพไปแลกเงินสดคืน แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้คืนหรอก เพราะเสียพนันหมด เขารู้กันดี เพราะอุปกรณ์เล่นพนันพวกนั้นตั้งระบบไว้ให้ชนะพนันไว้ร้อยละ 70 ซึ่งมีนักพนันเพียงร้อยละ 30 เท่านั้นที่มีโอกาสชนะพนันกลับไป เพราะบ่อนต้องการเรียกลูกค้า” ท้าวบุญคำ ซึ่งมีอาชีพบริการนำเที่ยวในลาวมาหลายสิบปี บอกถึงเรื่องราวความเป็นไปของกาสิโน ที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของลาว

       หากลองคำนวณดูจะพบว่า ภายใน 1 เดือน จะมีนักพนันชาวไทยอย่างน้อย 15,000 คน หรือราว 180,000 คนต่อปี นำเงินอย่างน้อยราว 150 ล้านบาทต่อเดือน หรือราว 1,800 ล้านบาทต่อปี ไปละลายในบ่อนกาสิโนที่นครหลวงเวียงจันทน์ของลาว แต่ระยะหลังพบว่านักพนันชาวไทยน้อยลง จนทางการลาวต้องยกเลิกข้อบังคับที่ห้ามชาวลาวเข้า “กาสิโน” เปิดโอกาสให้ชาวลาวเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนกาสิโนได้

       “บ่อนกินเงินคนไทยหมด ก็หันมากินเงินคนลาวแทน รัฐบาลเคยห้ามไม่ให้คนลาวเข้ากาสิโนเด็ดขาด แต่ตอนนี้สามารถเข้าได้แล้ว มีข้อบังคับเพียงห้ามไม่ให้สวมเครื่องแบบที่เป็นสัญลักษณ์ของหน่วยงานราชการเข้าไปเท่านั้น และยังห้ามไม่ให้คนลาวเล่นการพนันภายนอกกาสิโนอย่างเด็ดขาด เหมือนพยายามต้อนนักพนันลาวให้เข้ากาสิโนกลายๆ” ท้าวบุญคำ กล่าวติดตลก

       ท้าวบุญคำ เล่าด้วยว่า ตั้งแต่กฎเหล็กห้ามคนลาวเข้ากาสิโนคลี่คลายลง ทำให้เกิดปัญหาในหมู่ชาวลาวค่อนข้างมาก เนื่องจากสมาชิกของครอบครัวพากันเข้าบ่อน หลายครอบครัวต้องเป็นหนี้จากการพนัน นำมาสู่ปัญหาครอบครัวแตกแยก

       “เพื่อนร่วมอาชีพผมก็หลายคน บางรายเคยอยู่ดีกินดี พอเข้าบ่อนได้ เวลาที่เคยหมดไปกับการหารายได้ก็หมดไปกับบ่อน เงินทองที่หาได้ก็ละลายในบ่อนหมด ต้องขายรถ ขายที่ ขายบ้าน วุ่นวายกันไปหมด อีกหน่อยคดีอาชญากรรมคงมีให้หนักใจ” ท้าวบุญคำ ว่า

       ในกาสิโนเขาไม่ได้กำหนดว่าผู้หญิงหรือผู้ชายเท่านั้นที่จะเข้าไปเล่นพนันได้ ท้าวบุญคำ เล่าว่า ชาวลาวที่เข้ากาสิโน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเสียอีก ซึ่งท่าจะจริงอย่างที่ท้าวบุญคำว่า เพราะเท่าที่ทีมข่าวคม ชัด ลึก สังเกตเห็น นักพนันที่อยู่ในบ่อนส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงและอายุไม่น่าจะมากมายนัก

       “ในกาสิโนมีหมด และระยะหลังมีผู้หญิงเข้าไปให้บริการด้วย ซึ่งน่าห่วง ผู้หญิงที่เล่นพนันบางรายหันไปขายบริการเพื่อหาเงินเล่นพนันต่อ บางรายกลายไปเป็นเด็กเสี่ยเลี้ยงเลยก็มี ตอนนี้คนลาวมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก เงินที่ได้จากกาสิโนช่วยพัฒนาประเทศของเราจริงมั้ย เพราะนายทุนก็เป็นคนต่างชาติรายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในลาว แต่ไหลออกไปนอกประเทศเสียมากกว่า แต่ปัญหาสังคมที่กำลังเกิดขึ้นในลาวอยู่ในขั้นน่าวิตก ไม่รู้ว่าคุ้มค่ากันหรือไม่” ผู้ทำหน้าที่นำเที่ยวชาวลาว กล่าวด้วยน้ำเสียงอัดอั้นตันใจ

       เขายังบอกด้วยว่า หากเป็นไปได้ชาวลาวจำนวนไม่น้อยต้องการให้รัฐบาลลาวทบทวนเรื่องบ่อนกาสิโน และต้องการให้ยกเลิกการให้สัมปทานบ่อนกาสิโนในลาว เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติของลาว จะดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในลาว สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวได้ไม่แพ้การมีบ่อนกาสิโนในประเทศ

       “หากเลือกได้ผมว่าคนลาวไม่ต้องการกาสิโนนะ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในลาวมันไหลไปต่างประเทศ ไม่คุ้มค่ากับปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ ลาวเป็นเมืองพุทธ มีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีสวยงาม ธรรมชาติก็ดี น่าจะส่งเสริมด้านนี้ ซึ่งจะสร้างความภูมิใจให้แก่คนลาวมากกว่า นี่ผมก็ได้ยินข่าวว่า ไทยก็มีความพยายามที่จะตั้งกาสิโน แต่เชื่อเถอะอย่ามีเลย เดี๋ยวจะซ้ำรอยประเทศผม” ท้าวบุญคำ ให้ความเห็นถึงเรื่องราวข่าวดังในไทย

       นอกจากบ่อนหน้าด่าน และบ่อนแดนสวรรค์ ในนครหลวงเวียงจันทน์แล้ว ในลาวยังมีกาสิโนอีก 2 แห่ง คือ คิงส์โรมัน ที่เมืองต้นผึ้ง ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และสะหวันเวกัส แขวงสะหวันนะเขต ตรงข้าม จ.มุกดาหาร ว่ากันว่า แต่ละปีนักพนันชาวไทยนำเงินตราไปละลายในบ่อนเหล่านี้หลายพันล้านบาท ซึ่งมักจะถูกใช้เป็นข้ออ้างทุกครั้งที่มีบุคคลบางกลุ่มหยิบยกมาเป็นข้ออ้างในการเปิดการพนันเสรีในไทย

        ครั้งนี้ก็เช่นกัน ว่ากันว่า มีผู้มีอำนาจบางรายถึงกับเดินทางไปจับเข่าคุยกับนายทุนบ่อนใหญ่ในสิงคโปร์ ก่อนจะมีการขับเคลื่อนจากคนในเครือข่ายเพื่อโยนหินถามทาง “กาสิโน” ถูกกฎหมายในไทย

       คนไทยจะได้อะไรจาก “กาสิโน” หรือเพียงแค่เกมแห่งผลประโยชน์ที่คนบางกลุ่มจ้องแบ่งเค้กกัน?